ค่าน้ำตาลในเลือดเท่าไรจึงถือว่าปกติ ทั้งขณะอดอาหาร หลังมื้ออาหาร และก่อนนอน พร้อมคำอธิบายว่าอายุเกี่ยวข้องอย่างไร
การรู้ว่าระดับน้ำตาลในเลือดเท่าไรถือว่าปกติ คือก้าวแรกของการดูแลเบาหวานและป้องกันภาวะแทรกซ้อน ค่าอ้างอิงเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน อายุ และสภาวะของแต่ละคน บทความนี้อธิบายว่าควรคาดหวังค่าเท่าไรในแต่ละช่วงชีวิต และเมื่อไรควรปรึกษาแพทย์
ค่าน้ำตาลขณะอดอาหาร (งดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง)
- ปกติ: 70–99 mg/dL (3.9–5.5 mmol/L)
- ภาวะก่อนเบาหวาน: 100–125 mg/dL (5.6–6.9 mmol/L)
- เบาหวาน: 126 mg/dL (7.0 mmol/L) ขึ้นไป ยืนยันด้วยการตรวจสองครั้งแยกกัน
ค่าน้ำตาลขณะอดอาหารเป็นค่าที่ใช้คัดกรองมากที่สุด เพราะไม่ได้รับผลกระทบจากมื้ออาหารล่าสุด ในประเทศไทยผลตรวจมักรายงานเป็น mg/dL แต่หากเครื่องตรวจของคุณแสดงเป็น mmol/L สามารถใช้ตัวแปลงหน่วยฟรีของเราแปลงค่าได้ทันทีโดยไม่ต้องคำนวณเอง
ค่าหลังมื้ออาหาร (2 ชั่วโมงหลังเริ่มรับประทาน)
- ปกติ: ต่ำกว่า 140 mg/dL (7.8 mmol/L)
- ภาวะก่อนเบาหวาน: 140–199 mg/dL (7.8–11.0 mmol/L)
- เบาหวาน: 200 mg/dL (11.1 mmol/L) ขึ้นไป
สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว American Diabetes Association มักแนะนำเป้าหมายหลังมื้ออาหารต่ำกว่า 180 mg/dL (10.0 mmol/L) ค่านี้เป็นเป้าหมายในการรักษา ซึ่งต่างจากเกณฑ์ที่ใช้วินิจฉัย ข้าวขาวซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทยมีค่าดัชนีน้ำตาลค่อนข้างสูง การกินคู่กับผัก โปรตีน หรือเปลี่ยนเป็นข้าวกล้องจึงช่วยลดการพุ่งของน้ำตาลหลังมื้ออาหารได้
ค่าปกติเปลี่ยนตามอายุหรือไม่
เกณฑ์การวินิจฉัยเหมือนกันสำหรับผู้ใหญ่ทุกวัย ไม่มีค่าน้ำตาล "ปกติ" ที่สูงขึ้นเพียงเพราะอายุมากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนคือเป้าหมายในการรักษาที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคร่วมหลายโรค แพทย์อาจตั้งเป้าหมายที่ผ่อนคลายกว่า เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งอันตรายกว่าในวัยสูงอายุ
- เด็กและวัยรุ่นที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1: เป้าหมายกำหนดโดยทีมผู้ดูแลเบาหวาน โดยเฝ้าระวังภาวะน้ำตาลต่ำตอนกลางคืนเป็นพิเศษ
- ผู้ใหญ่: เป้าหมาย A1C ทั่วไปคือต่ำกว่า 7% และค่าน้ำตาลขณะอดอาหาร 80–130 mg/dL (4.4–7.2 mmol/L)
- ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะเปราะบาง: เป้าหมายมักกว้างกว่า โดยตกลงร่วมกับแพทย์
ทำไมค่าเดียวจึงไม่เพียงพอ
การวัดเพียงครั้งเดียวคือภาพนิ่งของช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือแนวโน้ม เช่น คุณอยู่ในช่วงเป้าหมายนานแค่ไหน ร่างกายตอบสนองต่ออาหารแต่ละชนิดอย่างไร และมีช่วงเวลาใดที่น้ำตาลพุ่งซ้ำ ๆ หรือไม่ การบันทึกค่าพร้อมบริบท เช่น ก่อนหรือหลังอาหาร เวลา และหมายเหตุ จึงต่างจากการจดตัวเลขเปล่า ๆ อย่างมาก
เมื่อไรควรปรึกษาแพทย์
- ค่าสูงกว่า 180 mg/dL (10.0 mmol/L) ซ้ำ ๆ โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
- ค่าต่ำกว่า 70 mg/dL (3.9 mmol/L) โดยเฉพาะหากเกิดซ้ำหรือเกิดตอนกลางคืน
- มีอาการ เช่น กระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย ตาพร่ามัว หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
- ค่าใดก็ตามที่ทำให้คุณกังวล การถามไว้ก่อนย่อมดีกว่า
Glucoly บันทึกค่าน้ำตาลของคุณได้ทั้ง mg/dL และ mmol/L จัดเก็บเป็นไดอารีแบบแยกสี และแสดงค่าเฉลี่ย ค่าต่ำสุดและสูงสุดในช่วง 7, 14, 30 หรือ 90 วัน ดาวน์โหลดฟรีพร้อมบันทึกได้ไม่จำกัด ส่วนค่า A1C โดยประมาณและรายงานแบบละเอียดอยู่ใน Glucoly Premium
Scarica Glucoly Gratisหมายเหตุทางการแพทย์: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ เป้าหมายระดับน้ำตาลเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ควรตกลงร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติเสมอ ก่อนปรับเปลี่ยนการรักษาของคุณ

