อาการ

อาการเบาหวานระยะแรก: สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

3 นาทีในการอ่าน

แอป Glucoly — ค่า A1C โดยประมาณ บันทึกน้ำตาลในเลือด ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคล และรายงาน PDF

อาการเบาหวานระยะแรกมีอะไรบ้าง ทำไมหลายคนไม่มีอาการเลย ใครเสี่ยงสูง ควรตรวจอะไรและเมื่อไร พร้อมค่าน้ำตาลที่ใช้วินิจฉัยเบาหวานและภาวะก่อนเบาหวาน

อาการเบาหวานระยะแรกที่พบบ่อยคือ ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก หิวบ่อย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลีย ตาพร่ามัว และแผลหายช้า แต่เบาหวานชนิดที่ 2 ในระยะแรกมักไม่มีอาการเลย หลายคนรู้ตัวครั้งแรกจากการตรวจสุขภาพประจำปี วิธีที่แน่นอนที่สุดจึงไม่ใช่การรออาการ แต่เป็นการตรวจน้ำตาลในเลือดเมื่อมีความเสี่ยง

อาการคลาสสิกของน้ำตาลในเลือดสูง

เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าที่ไตจะเก็บกลับได้ น้ำตาลจะรั่วออกมาทางปัสสาวะและดึงน้ำออกไปด้วย ร่างกายจึงเสียน้ำและกระหายน้ำ ในขณะเดียวกัน เซลล์ไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ดี ร่างกายจึงรู้สึกหิวและอ่อนเพลียแม้จะกินมากขึ้น

  • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะต้องตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืนหลายครั้ง
  • กระหายน้ำมาก ปากแห้ง ดื่มน้ำเท่าไรก็ไม่หาย
  • หิวบ่อยผิดปกติ
  • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • อ่อนเพลีย ง่วงง่าย ไม่มีแรง

สัญญาณที่คนมักมองข้าม

  • ตาพร่ามัว มองไม่ชัดเป็นช่วง ๆ
  • แผลหายช้า หรือเป็นแผลแล้วติดเชื้อง่าย
  • ติดเชื้อซ้ำ ๆ เช่น เชื้อราในช่องคลอด กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือฝีที่ผิวหนัง
  • คันตามผิวหนังหรือบริเวณอวัยวะเพศ
  • ชาหรือแสบร้อนที่ปลายมือปลายเท้า
  • ผิวหนังบริเวณคอ รักแร้ หรือข้อพับเป็นปื้นสีคล้ำ ซึ่งพบได้ในผู้ที่มีภาวะดื้ออินซูลิน

อาการเหล่านี้เกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน การมีอาการข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้แปลว่าเป็นเบาหวานแน่นอน แต่เป็นเหตุผลที่ดีพอที่จะไปตรวจเลือด

สิ่งที่ทำให้เบาหวานชนิดที่ 2 น่ากังวลคือ น้ำตาลที่สูงเล็กน้อยเป็นเวลานานหลายปีไม่ได้ทำให้รู้สึกป่วยชัดเจน แต่ค่อย ๆ ทำลายหลอดเลือดเล็กที่ตา ไต และเส้นประสาท บางคนไปพบแพทย์ครั้งแรกเพราะตามัวหรือชาปลายเท้า แล้วจึงพบว่าเป็นเบาหวานมานานแล้ว การตรวจเลือดเร็วจึงช่วยให้เริ่มดูแลก่อนเกิดความเสียหาย

เบาหวานชนิดที่ 1 กับชนิดที่ 2 แสดงอาการต่างกันอย่างไร

เบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งพบมากที่สุดในผู้ใหญ่ มักค่อย ๆ เป็นทีละน้อยเป็นปี อาการจึงเบาและคนมักคิดว่าเป็นเพราะอายุหรือทำงานหนัก ส่วนเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งพบบ่อยในเด็กและคนอายุน้อย อาการมักเกิดเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ และอาจรุนแรงจนเกิดภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตน

ถ้ามีอาการกระหายน้ำและปัสสาวะมากร่วมกับคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หายใจหอบลึก ลมหายใจมีกลิ่นคล้ายผลไม้ หรือซึมลง ต้องไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ใครเสี่ยงสูงและควรตรวจ

  • อายุ 35 ปีขึ้นไป
  • น้ำหนักเกินหรือรอบเอวเกิน โดยเกณฑ์ที่ใช้กันในคนเอเชียคือ ผู้ชาย 90 ซม. ขึ้นไป ผู้หญิง 80 ซม. ขึ้นไป
  • พ่อ แม่ หรือพี่น้องเป็นเบาหวาน
  • มีความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดผิดปกติ
  • เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือคลอดลูกน้ำหนักมาก
  • ไม่ค่อยออกกำลังกาย และดื่มเครื่องดื่มหวานเป็นประจำ

ผู้ใหญ่ที่ใช้สิทธิบัตรทองสามารถรับการตรวจคัดกรองเบาหวานได้ที่หน่วยบริการประจำตามเกณฑ์ของ สปสช. ส่วนผู้ใช้ประกันสังคมหรือสวัสดิการข้าราชการก็มีสิทธิตรวจสุขภาพ ควรสอบถามความถี่และรายการตรวจกับหน่วยบริการของคุณ

ตรวจอะไร และค่าเท่าไรจึงเป็นเบาหวาน

  • น้ำตาลขณะอดอาหาร 8 ชั่วโมง: ปกติ 70–99 mg/dL (3.9–5.5 mmol/L) ภาวะก่อนเบาหวาน 100–125 mg/dL (5.6–6.9 mmol/L) เบาหวาน 126 mg/dL (7.0 mmol/L) ขึ้นไป
  • น้ำตาลสะสม A1C (HbA1c): ภาวะก่อนเบาหวาน 5.7–6.4% เบาหวาน 6.5% ขึ้นไป
  • น้ำตาลเวลาใดก็ได้ 200 mg/dL (11.1 mmol/L) ขึ้นไป ร่วมกับอาการชัดเจน ถือว่าเป็นเบาหวาน
  • การตรวจความทนต่อกลูโคส (ดื่มน้ำตาล 75 กรัม): ค่าที่ 2 ชั่วโมง 200 mg/dL (11.1 mmol/L) ขึ้นไป ถือว่าเป็นเบาหวาน
  • ผลที่ผิดปกติโดยไม่มีอาการ ต้องยืนยันด้วยการตรวจซ้ำ ตามแนวทางของ American Diabetes Association และสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย

ถ้าผลตรวจอยู่ในช่วงภาวะก่อนเบาหวาน ไม่ต้องตกใจ นี่คือช่วงเวลาที่การลดน้ำหนัก การกินอาหารที่สมดุล และการออกกำลังกายสม่ำเสมอ สามารถช่วยชะลอหรือป้องกันไม่ให้เป็นเบาหวานได้

หลังพบแพทย์ Glucoly ช่วยให้คุณติดตามค่าน้ำตาลขณะอดอาหารและหลังอาหาร กรอกเองหรือซิงก์จาก Apple Health และ Dexcom พร้อมเตือนเวลาตรวจและกินยา ดาวน์โหลดฟรีพร้อมบันทึกได้ไม่จำกัด ส่วนค่า A1C โดยประมาณและรายงานแบบละเอียดอยู่ใน Glucoly Premium

ดาวน์โหลด Glucoly

หมายเหตุทางการแพทย์: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้ หากคุณมีอาการหรือความเสี่ยงข้างต้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเลือด และไม่ควรเริ่มหรือปรับยาเองโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์

← กลับไปดูบทความทั้งหมด

จดหมายข่าวรายสัปดาห์

รับเคล็ดลับดูแลเบาหวานทางอีเมลทุกสัปดาห์

เคล็ดลับและคู่มือที่ใช้ได้จริงสำหรับควบคุมน้ำตาลในเลือด ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

เริ่มดูแลเบาหวานของคุณตั้งแต่วันนี้

ร่วมกับผู้ใช้กว่า 100,000 คนที่ดูแลเบาหวานได้อย่างชาญฉลาดขึ้นด้วย Glucoly ดาวน์โหลดฟรีทั้ง iOS และ Android