อาหาร

ผลไม้สำหรับคนเป็นเบาหวาน: เลือกอย่างไรดี

3 นาทีในการอ่าน

แอป Glucoly — ค่า A1C โดยประมาณ บันทึกน้ำตาลในเลือด ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคล และรายงาน PDF

คนเป็นเบาหวานกินผลไม้ได้ไหม ผลไม้ไทยชนิดไหนควรกินพอดี ชนิดไหนหวานจัด กินครั้งละเท่าไร และทำไมน้ำผลไม้กับผลไม้จิ้มพริกเกลือจึงต้องระวังเป็นพิเศษ

คนเป็นเบาหวานกินผลไม้ได้ และควรกินด้วย เพราะผลไม้มีใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ แต่ผลไม้ก็มีน้ำตาลตามธรรมชาติ จึงต้องเลือกชนิด คุมปริมาณ และกินให้ถูกเวลา หลักง่าย ๆ คือกินผลไม้สด ครั้งละประมาณหนึ่งส่วน แทนขนมหวาน และหลีกเลี่ยงน้ำผลไม้ ผลไม้แช่อิ่ม และผลไม้อบแห้ง ซึ่งทำให้น้ำตาลขึ้นเร็วและมากกว่า

ผลไม้ทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นได้อย่างไร

น้ำตาลในผลไม้คือฟรุกโตส กลูโคส และซูโครสรวมกัน เมื่อกินผลไม้สดทั้งชิ้น ใยอาหารจะช่วยชะลอการดูดซึม น้ำตาลจึงขึ้นช้ากว่าการดื่มน้ำหวาน แต่ถ้ากินมากเกินไปในครั้งเดียว น้ำตาลก็ยังขึ้นสูงได้ ผลไม้ไทยหลายชนิดหวานจัด และเรามักกินกันทีละมาก ๆ ตามฤดูกาล เช่น มะม่วงสุกหรือทุเรียนที่ซื้อมาทั้งลูก

หลักที่ใช้กันทั่วไปในการให้ความรู้เรื่องอาหารเบาหวานคือ ผลไม้หนึ่งส่วนมีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 15 กรัม ปริมาณที่เป็นหนึ่งส่วนจะต่างกันไปตามชนิดผลไม้ ผลไม้ที่หวานจัดจะได้ปริมาณน้อยกว่าผลไม้ที่หวานน้อย นักกำหนดอาหารที่โรงพยาบาลสามารถให้ตารางส่วนผลไม้ที่ใช้ได้จริงกับคุณ

ผลไม้ไทยที่กินได้สบายใจกว่า

ผลไม้กลุ่มนี้หวานน้อยกว่าหรือมีใยอาหารสูง กินได้ในปริมาณที่มากกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบเป็นหนึ่งส่วน แต่ก็ยังไม่ควรกินไม่จำกัด

  • ฝรั่ง: ใยอาหารสูง กรอบ อิ่มนาน เหมาะเป็นของว่าง
  • ชมพู่: มีน้ำมาก หวานน้อย
  • ส้มโอและส้ม: กินเป็นกลีบดีกว่าคั้นเป็นน้ำ
  • แอปเปิลและแก้วมังกร: กินพร้อมเปลือกหรือเนื้อทั้งชิ้นเพื่อได้ใยอาหาร
  • มะละกอสุก: กินได้แต่ควรตักแบ่งเป็นชิ้นพอดี ไม่กินครึ่งลูก

ความหวานที่รู้สึกได้ไม่ได้บอกปริมาณน้ำตาลเสมอไป ผลไม้บางชนิดที่รสเปรี้ยวก็ยังมีน้ำตาลไม่น้อย และผลไม้ชนิดเดียวกันก็หวานต่างกันตามความสุก ฤดูกาล และสายพันธุ์ วิธีที่ดีที่สุดคือดูปริมาณที่กินในแต่ละครั้ง และวัดค่าน้ำตาลหลังกินเพื่อดูผลจริงในร่างกายของคุณ

ผลไม้ที่หวานจัด ควรกินน้อยและนาน ๆ ครั้ง

ผลไม้เหล่านี้ไม่ได้ห้ามกิน แต่ปริมาณที่เป็นหนึ่งส่วนจะน้อยมาก เช่น ไม่กี่ชิ้นหรือไม่กี่ผล ถ้าอยากกิน ให้แบ่งใส่จานเล็กไว้ก่อน แล้วกินหลังอาหารแทนการกินระหว่างวันจนหมดถุง

  • ทุเรียน: หวานจัดและให้พลังงานสูงมาก
  • มะม่วงสุก โดยเฉพาะข้าวเหนียวมะม่วงที่มีทั้งข้าวเหนียวและกะทิหวาน
  • ลำไย ลิ้นจี่ และเงาะ: ผลเล็ก กินทีละหลายผลได้ง่ายโดยไม่รู้ตัว
  • ขนุน ละมุด และน้อยหน่า: เนื้อหวานจัด
  • กล้วยหอมสุกงอม: ยิ่งสุกยิ่งหวาน ลองเลือกผลที่ไม่สุกเกินไปและกินครั้งละครึ่งผล

สิ่งที่ต้องระวังมากกว่าตัวผลไม้

  • น้ำผลไม้ แม้คั้นสดและไม่เติมน้ำตาล: ไม่มีใยอาหาร ดื่มได้ทีละหลายผล น้ำตาลจึงขึ้นเร็ว
  • ผลไม้ปั่นที่ใส่น้ำเชื่อม นมข้นหวาน หรือไอศกรีม
  • ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้กวน และผลไม้อบแห้ง ที่มีน้ำตาลเข้มข้น
  • พริกเกลือ น้ำปลาหวาน และบ๊วยหวานที่ใช้จิ้ม มักมีน้ำตาลมากกว่าที่คิด
  • ผลไม้กระป๋องในน้ำเชื่อม หากจำเป็นให้เลือกแบบในน้ำผลไม้และเทน้ำทิ้ง
  • มะเฟือง: ผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรังควรหลีกเลี่ยง เพราะมีสารที่เป็นพิษต่อไตและระบบประสาทเมื่อไตทำงานบกพร่อง

น้ำผลไม้มีประโยชน์อยู่กรณีเดียว คือใช้แก้ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เมื่อค่าน้ำตาลต่ำกว่า 70 mg/dL (3.9 mmol/L) เพราะดูดซึมเร็ว โดยดื่มประมาณ 120–150 มิลลิลิตร แล้ววัดซ้ำหลัง 15 นาที หากผู้ป่วยซึมหรือหมดสติ ห้ามป้อนอะไรทางปากและโทร 1669 ทันที น้ำผลไม้จึงไม่ควรใช้เป็นเครื่องดื่มประจำวัน

กินผลไม้อย่างไรให้น้ำตาลไม่พุ่ง

  • กินผลไม้สดทั้งชิ้น ครั้งละหนึ่งส่วน และไม่ควรกินหลายส่วนในมื้อเดียว
  • กินหลังอาหารมื้อหลัก หรือกินคู่กับโปรตีน เช่น นมจืดหรือถั่ว แทนการกินตอนท้องว่าง
  • ใช้ผลไม้แทนขนมหวาน ไม่ใช่กินเพิ่มจากขนมหวาน
  • วัดน้ำตาลสองชั่วโมงหลังกินผลไม้ที่ชอบ เพื่อดูว่าร่างกายของคุณตอบสนองอย่างไร
  • ถ้าค่าหลังอาหารสูงกว่า 180 mg/dL (10.0 mmol/L) บ่อย ๆ ให้นำบันทึกไปปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

ใน Glucoly คุณบันทึกค่าน้ำตาลแยกก่อนและหลังอาหาร พร้อมโน้ตว่ากินผลไม้อะไร ได้ทั้งแบบกรอกเองหรือซิงก์จาก Apple Health และ Dexcom ดาวน์โหลดฟรีพร้อมบันทึกได้ไม่จำกัด ส่วนค่า A1C โดยประมาณและรายงานแบบละเอียดอยู่ใน Glucoly Premium

ดาวน์โหลด Glucoly

หมายเหตุทางการแพทย์: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ปริมาณผลไม้ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับแผนการรักษาของแต่ละคน ผู้ที่มีโรคไตหรือใช้ยาบางชนิดอาจต้องจำกัดผลไม้บางประเภท ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรือการรักษา

← กลับไปดูบทความทั้งหมด

จดหมายข่าวรายสัปดาห์

รับเคล็ดลับดูแลเบาหวานทางอีเมลทุกสัปดาห์

เคล็ดลับและคู่มือที่ใช้ได้จริงสำหรับควบคุมน้ำตาลในเลือด ไม่มีสแปม ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

เริ่มดูแลเบาหวานของคุณตั้งแต่วันนี้

ร่วมกับผู้ใช้กว่า 100,000 คนที่ดูแลเบาหวานได้อย่างชาญฉลาดขึ้นด้วย Glucoly ดาวน์โหลดฟรีทั้ง iOS และ Android