การดูแลเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานทำอย่างไร ตรวจเท้าทุกวันดูอะไร ล้างเท้า ตัดเล็บ เลือกรองเท้าอย่างไร สิ่งที่ห้ามทำ และอาการแบบไหนต้องรีบไปพบแพทย์
การดูแลเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานคือการตรวจดูเท้าด้วยตัวเองทุกวัน ล้างและเช็ดเท้าให้แห้งโดยเฉพาะซอกนิ้ว ทาโลชั่นแต่เว้นซอกนิ้ว ตัดเล็บตรง ๆ สวมรองเท้าที่หุ้มเท้าและพอดี ไม่เดินเท้าเปล่า และไปตรวจเท้ากับแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง เพราะคนเป็นเบาหวานอาจเป็นแผลโดยไม่รู้สึกเจ็บ และแผลเล็ก ๆ อาจลุกลามกลายเป็นแผลเรื้อรังได้
ทำไมเท้าของคนเป็นเบาหวานจึงเสี่ยง
น้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานทำลายเส้นประสาทและหลอดเลือดอย่างช้า ๆ จนเกิดปัญหาที่เท้าสามเรื่อง
- เส้นประสาทเสื่อม ทำให้เท้าชา รับรู้ความเจ็บหรือความร้อนได้น้อยลง เหยียบของมีคมหรือรองเท้ากัดจนพองก็อาจไม่รู้ตัว
- เลือดไปเลี้ยงเท้าได้น้อยลง ผิวแห้ง แตกง่าย
- แผลหายช้าและติดเชื้อง่าย แผลเล็กจึงอาจกลายเป็นแผลเรื้อรัง ติดเชื้อลึก และในรายที่รุนแรงอาจต้องตัดนิ้วเท้าหรือขา
ตรวจเท้าตัวเองทุกวัน ดูอะไรบ้าง
ดูเท้าทั้งสองข้างทุกวันในที่สว่าง เช่น หลังอาบน้ำตอนเย็น ถ้าก้มดูฝ่าเท้าไม่ถนัด ให้ใช้กระจกบานเล็กวางบนพื้น หรือให้คนในบ้านช่วยดู
- ซอกนิ้วเท้า ดูว่ามีผิวเปื่อยขาวหรือลอกจากเชื้อราหรือไม่
- สีผิวที่เปลี่ยนไป เช่น แดง ม่วงคล้ำ ซีด หรือมีจุดดำ
- รอยแตกที่ส้นเท้า ตุ่มพอง รอยถลอก หรือแผลแม้เล็กน้อย
- ตาปลาและหนังด้านแข็ง โดยเฉพาะใต้ฝ่าเท้าและข้างนิ้ว
- เล็บขบ เล็บหนาผิดปกติ หรือผิวรอบเล็บบวมแดง
ล้างเท้า ทาโลชั่น และตัดเล็บอย่างถูกวิธี
ล้างเท้าทุกวันด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อน ก่อนใช้น้ำให้ทดสอบความร้อนด้วยข้อศอกหรือหลังมือ ไม่ใช่ด้วยเท้า เพราะเท้าที่ชาอาจไม่รู้สึกว่าน้ำร้อนเกินไป
- ซับเท้าให้แห้งด้วยผ้านุ่ม โดยเฉพาะซอกนิ้ว เพราะความชื้นทำให้เชื้อราขึ้นง่าย
- ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงที่ฝ่าเท้าและส้นเท้าเพื่อกันผิวแตก แต่ไม่ทาในซอกนิ้ว
- ตัดเล็บหลังอาบน้ำซึ่งเล็บนิ่ม ตัดตรง ๆ ไม่ตัดลึกเข้ามุมหรือตัดโค้ง แล้วตะไบขอบคมเบา ๆ
- ถ้ามองไม่ชัดหรือเล็บหนามาก ให้คนในบ้านหรือเจ้าหน้าที่ช่วยตัด
รองเท้าและนิสัยเดินเท้าเปล่าแบบไทย
คนไทยถอดรองเท้าเข้าบ้าน เดินเท้าเปล่าในวัด และใส่รองเท้าแตะเวลาออกไปข้างนอก แต่สำหรับคนที่เท้าชา การเดินเท้าเปล่าทำให้เหยียบเศษแก้ว ตะปู หรือก้อนหินเล็ก ๆ ได้โดยไม่รู้ตัว ส่วนรองเท้าแตะไม่ได้ปกป้องนิ้วและส้นเท้า
- ข้างนอกบ้าน ใส่รองเท้าหุ้มเท้าที่พอดี หน้าเท้ากว้างพอ ไม่บีบนิ้ว
- ในบ้าน ใส่รองเท้าใส่ในบ้านหรือรองเท้าแตะแบบมีพื้นหนา แทนการเดินเท้าเปล่า
- ใส่ถุงเท้าที่ไม่รัดข้อเท้า และเปลี่ยนทุกวัน
- ก่อนใส่รองเท้าทุกครั้ง ล้วงมือคลำด้านในว่ามีหิน ทราย หรือสิ่งแปลกปลอมหรือไม่
- ระวังพื้นร้อน เช่น ลานวัดกลางแดดและทรายร้อนที่ชายหาด
สิ่งที่ไม่ควรทำกับเท้าเด็ดขาด
- ไม่ใช้ใบมีด กรรไกร หรือที่ขูดเท้าเฉือนตาปลาและหนังด้านเอง
- ไม่ใช้พลาสเตอร์กัดตาปลาหรือน้ำยาที่มีกรด เพราะอาจกัดผิวดีจนกลายเป็นแผล
- ไม่แช่เท้าในน้ำร้อน และไม่ประคบร้อนหรือใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางที่เท้า
- ไม่ทายาหม่อง ยานวดร้อน หรือใช้ความร้อนกับเท้าที่ชา เพราะอาจไหม้พองโดยไม่รู้สึก
ตาปลา หนังด้าน และเล็บขบ ควรให้เจ้าหน้าที่ที่คลินิกเบาหวานดูแล แผลถลอกเล็ก ๆ ให้ล้างด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาด แล้วปิดด้วยผ้าก๊อซสะอาด
ตรวจเท้าประจำปีและเมื่อไรต้องรีบพบแพทย์
คนเป็นเบาหวานควรได้รับการตรวจเท้าที่คลินิกเบาหวานอย่างน้อยปีละครั้ง ร่วมกับการตรวจตาและตรวจไตประจำปี แพทย์หรือพยาบาลจะดูผิวหนัง เล็บ คลำชีพจรที่เท้า และทดสอบการรับความรู้สึก คนที่เสี่ยงสูงจะได้นัดตรวจถี่ขึ้น ผู้ใช้สิทธิบัตรทองสามารถสอบถามการตรวจนี้ได้ที่หน่วยบริการประจำ อ่านเพิ่มเติมเรื่องสิทธิบัตรทองกับโรคเบาหวาน
ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว ไม่รอวันนัด ถ้าพบอาการต่อไปนี้
- แผลที่ไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 วัน หรือกว้างขึ้นและลึกขึ้น
- ผิวรอบแผลแดง บวม ร้อน หรือมีหนองและกลิ่นเหม็น
- ผิวหนังหรือนิ้วเท้าเปลี่ยนเป็นสีดำหรือม่วงคล้ำ
- เท้าบวมแดงร้อนทั้งเท้าโดยไม่มีแผล
การคุมน้ำตาลให้ใกล้เป้าหมายที่แพทย์ตั้งไว้ช่วยชะลอการเสื่อมของเส้นประสาทและหลอดเลือด ส่วนการเลิกสูบบุหรี่ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงเท้าดีขึ้นและแผลหายเร็วขึ้น
Glucoly ช่วยให้คุณบันทึกค่าน้ำตาลก่อนและหลังอาหาร ยา อินซูลิน น้ำหนัก และความดัน พร้อมโน้ตสั้น ๆ เช่น วันที่พบแผลที่เท้า เพื่อเล่าให้แพทย์ฟังในวันนัด กรอกเองหรือซิงก์จาก Apple Health หรือรับค่าน้ำตาลจาก Dexcom ดูแนวโน้ม 7–90 วัน ดาวน์โหลดฟรีพร้อมบันทึกได้ไม่จำกัด ส่วนค่า A1C โดยประมาณและรายงานแบบละเอียดอยู่ใน Glucoly Premium
ดาวน์โหลด Glucolyหมายเหตุทางการแพทย์: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่สามารถใช้แทนการตรวจรักษาได้ หากพบแผลหรือความผิดปกติที่เท้า ควรพบแพทย์หรือพยาบาลที่คลินิกเบาหวาน และไม่ควรรักษาแผล ตาปลา หรือปรับยาเองโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์
บทความที่เกี่ยวข้อง
น้ำตาลในเลือดต่ำ: อาการ สาเหตุ และวิธีแก้ทันที
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำคือค่าต่ำกว่า 70 mg/dL มีอาการใจสั่น เหงื่อออก มือสั่น แก้ด้วยกฎ 15-15 ดื่มน้ำหวานหรืออมลู…
อ่านต่อ →ออกกำลังกายออกกำลังกายกับน้ำตาลในเลือด: ทำอย่างไรให้ปลอดภัย
ออกกำลังกายช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้อย่างไร ควรออกกำลังกายสัปดาห์ละเท่าไร แบบไหนเหมาะกับคนไทย และต้องระวังน้ำตาลต…
อ่านต่อ →อาหารขนมไทยและเครื่องดื่มหวาน: คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม
คนเป็นเบาหวานกินขนมไทยและดื่มชาไทย ชานมไข่มุกได้ไหม สั่งหวานน้อยอย่างไร ทองหยอด ข้าวเหนียวมะม่วงกินเท่าไรดี แล…
อ่านต่อ →
